การพัฒนาระบบตรวจวัดอุณหภูมิระยะไกล

เพื่อให้การวินิจฉัย แยกผู้ป่วยออกจากบุคคลปกติ หยุดการกระจายเชื้อ และ เริ่มการรักษาได้เร็ว

นพ.ทวีทอง กออนันตกูล นายแพทย์ 10 ด้านเวชกรรม สาขาศัลยกรรมทรวงอก สำนักที่ปรึกษา กรมการแพทย์
นายศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร นักวิจัยเทคโนโลยีโฟโทนิกส์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค)
2551-06-12

การตรวจวัดอุณหภูมิในผู้คนสัญจรด้วยการวัดรังสีอินฟราเรด ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างได้ผลในการคัดแยก ควบคุม ผู้ที่มีอุณภูมิกายสูงกว่าเกณฑ์ ออกจากผู้ที่มีอุณหภูมิกายปกติ ที่สนามบินดอนเมืองในช่วงที่มีการระบาดของโรคซาร์ส(28 เมษายน 2546) โดยใช้เทคโนโลยีสำเร็จรูปจากต่างประเทศ(ที่ใช้กับงานไฟฟ้ากำลัง)มาดัดแปลง ใช้กับมนุษย์ แล้วนำไปทดสอบที่ สถาบันบำราศนราดูร และ สถาบันโรคทรวงอก ได้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือ สามารถนำไปใช้ได้จริงภายใน 2 วัน (นพ.สราวุธ สุวัณณะทัพพะ นพ.ทวีทอง กออนันตกูล นายแพทย์10 ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค) จากการใช้งานในช่วงดังกล่าวทำให้ได้เรียนรู้ข้อจำกัด ปัญหาอุปสรรค การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งการระบาดของโรคซาร์ส สิ้นสุด(24 กค.46)

ที่สนามบินดอนเมืองในช่วงที่มีการระบาดของโรคซาร์ส(28 เมษายน 2546 โรคติดต่อทางเดินหายใจ เช่น กรณีของโรคซาร์ส เป็นโรคติดต่อชนิดใหม่ที่เรานึกไม่ถึงว่าจะติดต่อถึงผู้ใกล้ชิดได้โดยง่าย รวดเร็ว รุนแรง และ มีอัตราการเสียชีวิตสูง ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยรายที่พบในเวียตนาม เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการเบื้องต้นคล้ายไข้หวัดหลังจากการเดิน ทางกลับจาก Shanghai และ Hong Kong หลังจากที่ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน พบว่าเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลประมาณ 20 คน ที่ผลัดกันเข้าดูแลผู้ป่วยรายนี้ มีการป่วยเหมือนกับผู้ป่วยรายนี้(WHO 12 March 2003) ทำนองเดียวกับผู้ป่วยอีกคนหนึ่งที่เป็นแพทย์ มีการติดเชื้อมาจาก Guangdong ประเทศจีน เข้าพักที่โรงแรม Metropole อยู่ใน downtown Kowloon คุณหมอคนนี้แพร่เชื้อโรคภายในโรงแรมก่อนเขาเสียชีวิต ไปสู่แขกที่พักในชั้นเดียวกัน มีการติดเชื้อ 7 คน และ ทั้ง 7 คนนี้ ได้นำเชื้อไปแพร่เชื้อในโรงพยาบาล ในฮ่องกง สิงคโปร์ และ เวียตนาม ในเวลาต่อมา ทุกรายป่วยเมื่อติดตามย้อนหลังพบว่าเกี่ยวข้องไปถึงหมอที่เป็นผู้แพร่กระจาย โรคในโรงแรมดังกล่าว (http://medserv.thaigov.net/cyber/disinfo/follow/sars/030320reuters.txt) จากตัวอย่างที่นำเสนอนี้ แสดงถึงความง่ายของการติดต่อถึงคนใกล้ชิด ทำให้คณะทำงานนึกถึงการวัดอุณหภูมิผู้ที่สงสัยจากระยะไกล เพื่อให้การวินิจฉัยโรคทำได้เร็วขึ้น ให้การรักษาได้ในทันที และ สามารถแยกผู้ป่วยป่วยออกจากใกล้ชิดโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ตามที่กล่าวข้างต้น

หลังจากนั้นได้มีการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกเป็นวงกว้างทั่วประเทศ และ พบว่ามีการติดต่อจากสัตว์สู่คน อีกทั้งมีนักวิชาการบางกลุ่มคาดการณ์ว่าอาจจะมีการกลายพันธุ์ หรือ อาจมีการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ (คล้าย ปี คศ.1918 ที่ทำให้มีผู้คนป่วยล้มตาย 40-70 ล้านคนทั่วโลก) เป็นผลให้เกิดการเตรียมพร้อมหากจะมีการระบาดใหญ่เหมือนในอดีต และได้ทำกิจกรรม ใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับการระบาดใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้น

โรงพยาบาลราชวิถี โดยอจ.นพ.เจษฏา โชคดำรงสุข ผู้อำนวยการ(ปัจจุบันเป็นรองอธิบดีกรมการแพทย์) เป็นโรงพยาบาลแรกที่ให้ความสำคัญกับการวัดอุณหภูมิระยะไกลในผู้คนที่สัญจรใน โรงพยาบาล ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในกรณีมีการระบาดโรคติดต่อร้ายแรงดังกล่าว ซึ่งเป็นความเสี่ยงระดับสูงสุด อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาเครื่องที่เคยใช้ที่สนามบินให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น แก้ปัญหาที่ยังแก้ไขไม่ได้มาทำให้เป็นระบบที่สมบูรณ์ ให้สามารถนำมาใช้ในโรงพยาบาลต่างๆได้จริง หรือ ใช้ในสนามบินได้ดีกว่าเดิม โดยเน้นการพัฒนาทั้งด้าน Hardware, Software, Environment, ราคาอุปกรณ์ การพัฒนาต่อเนื่อง และ ฯลฯ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว โรงพยาบาลราชวิถีจึงได้ร่วมมือกับ NECTEC กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำการวิจัยพัฒนาสร้างระบบตรวจวัดดังกล่าว เพื่อให้ใช้งานได้จริง ให้สามารถแยกบุคคลที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลที่มีอุณภูมิกายสูง ที่สงสัยว่าอาจเป็นไข้หวัดนก หรือ ไข้หวัดใหญ่ ออกจากกลุ่มบุคคลที่มารักษาโรคอื่น หรือ มาด้วยเรื่องอื่น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมให้ได้ทันใช้ก่อนที่จะมีการระบาดใหญ่ หรือ ระบาดรุนแรง ที่อาจเกิดขึ้นในครั้งต่อไป โดยคาดหวังว่าเทคโนโลยีนี้จะ้ลดช่วงเวลาการแพร่เชื้อของผู้ป่วยสู่ผู้ใกล้ ชิด และ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วกว่าวิธีปกติที่ใช้กัน อีกทั้งยังเป็นการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบขึ้นใช้เองในประเทศไทย เพื่อให้โรงพยาบาลอื่นๆได้นำไปใช้ต่อไปในเร็วๆนี้ ด้วยคุณภาพที่ดีกว่า ในราคาที่ถูกกว่า เครื่องที่ NECTEC พัฒนาขึ้นสำเร็จแล้วนี้ เรียกว่า ThermScreen Version 2.0 มีคุณสมบัติเด่นคือ ใช้เวลาในการวัดอุณหภูมิของมนุษย์เพียง 0.03 วินาที สามารถคัดกรองผู้ป่วยได้ครั้งละหลายคนพร้อมๆกัน(ขึ้นอยู่กับชนิดของเลนส์ คุณสมบัติของกล้อง การจัดตำแหน่งของคน) แสดงค่าอุณหภูมิของแต่ละคนในภาพพร้อมๆกัน (ผู้ใช้สามารถตั้งค่าอุณหภูมิอ้างอิงที่เหมาะสมได้) มีระบบติดตามใบหน้าโดยอัตโนมัติ แสดงภาพอุณภูมิสูงสุดของใบหน้าที่กำลังติดตาม และ มีระบบ alarm ด้วยเสียง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องจ้องหน้าจอภาพตลอดเวลา มีการชดเชยผลความผิดพลาดจากการแปรเปลี่ยนของสภาพแวดล้อม และ ตำแหน่งของบุคคลที่กำลังถูกตรวจสอบอุณหภูมิ โดยใช้ องค์ความรู้ เรื่อง โฟโทนิกส์ (การนำแสงมาใช้งาน) ร่วมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ และ การประมวลผลภาพ(Image Processing) มีระบบฐานข้อมูลอย่างง่ายสำหรับบันทึกประวัติ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับกล้อง Webcam เพื่อเก็บภาพถ่ายปกติได้อีกด้วย

กล้องถ่ายภาพรังสีอินฟราเรดที่ใช้ เป็นกล้อง ThermoVisionTM A40-M หรือ A20-M ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านช่องไฟร์ไวร์ บนเครื่องพีซี (CPU Intel Duo Core1.83 GHz, RAM 512 MB) และ มีอุปกรณ์ประกอบคือ อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ และ ความชื้นจากสภาพแวดล้อม ระบบดังกล่าวได้มีการจดสิทธิบัตรไว้แล้ว หมายเลข 0701006410 ลงวันที่ 14 ธ.ค.2550 (ระบบและวิธีการสำหรับคัดแยกบุคคลที่มีอุณหภูมิสูงแบบไม่สัมผัส ที่มีการชดเชยผลกระทบจากสภาพแวดล้อมแบบอัตโนมัติ) และได้มีการนำเสนอในการประชุมวิชาการ ในการประชุม Photonics Europe 2008เมื่อ เม.ย.2551

ขณะนี้โรงพยาบาลราชวิถี และ สถาบันโรคทรวงอก กำลังทำการพัฒนาระบบดังกล่าวต่อจาก NECTEC ในมุมมองของการนำมาใช้ในโรงพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด เหมาะที่จะใช้งานในโรงพยาบาลทั่วไปที่สนใจ และ ปรับแก้ปัญหาของการใช้งาน, ปรับSoftware, Hardware และ อุปกรณ์อื่นๆให้เหมาะสม และราคาถูกลง

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่ โรงพยาบาลราชวิถี หรือ ที่ นพ.ทวีทอง กออนันตกูล สำนักที่ปรึกษา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หรือ สำนักที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันโรคทรวงอก โทร 02 580 1965

3-med-tech/thermoscan/thermoscan1.txt · Last modified: 2009/05/11 06:51 (external edit)
Back to top
chimeric.de = chi`s home Creative Commons License Valid CSS Driven by DokuWiki do yourself a favour and use a real browser - get firefox!! Recent changes RSS feed Valid XHTML 1.0