Keywords สำหรับผู้บริหาร

นพ.ทวีทอง กออนันตกูล (แก้ไขครั้งสุดท้าย 29 กค. 2552 เวลา 19.00 น.)

  • เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่ารังสี UV ที่มีอยู่ในแสงแดด สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย และ ไวรัส
  • รังสี UV แบ่งออกเป็๋นสามชนิด ตามช่วงความยาวคลื่น(หรือ ความถี่ ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ได้แก่ UV A, UV B และ UV C
    1. UV A (long - wave) มีความยาวคลื่นขนาด 320-400 นาโนเมตร
    2. UV B (intermediate - wave) มีความยาวคลื่นขนาด 280-320 นาโนเมตร
    3. UV C (short - wave) มีความยาวคลื่นขนาด 100-280 นาโนเมตร ประโยชน์ทางการแพทย์ของรังสีอุตราไวโอเลต
  • UV C ที่ขนาด ความยาวคลื่น 254 นาโนเมตร สามารถทำลายเชื้อโรคในอากาศรวมทั้งเชื้อวัณโรคได้ดี ประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อ เกิดจากการที่รังสีอุลตราไวโอเลต ทำให้เชื้อจุลชีพหมดความสามารถในการแบ่งตัวได้อีกต่อไป(15)
  • รังสี UV C สามารถ ฆ่าเชื้อโรคได้ อีกทั้งยังไม่มีอันตรายต่อมนุษย์ (อ้างอิง5 WHO)
  • รังสี UV C หากได้รับปริมาณมากทำให้ผิวหนังร้อนแดง และไม่มีผลต่อเนื่องภายหลัง แม้จะได้รับรังสีนี้ซ้ำอีก (อ้างอิง5 WHO)

—-

  • มีการใช้รังสี UV เพื่อฆ่าเชื้อโรค ในห้องปฏิบัติการทางจุลชีวะมานานแล้ว ในตู้เพาะเลี้ยงเชื้อโรค
  • มีการใช้รังสี UV ฆ่าเชื้อโรคในห้อง โดยวิธีแขวนโคมหลอดอุตราไวโอเลตที่เพดานห้อง (UV lamp for upper-air irradiation) (อ้างอิง 4)
  • มีการใช้วิธีติดหลอดรังสีอุลตราไวโอเลตไว้ในท่อเครื่องปรับอากาศ (UV lamps in air ducts)(อ้างอิง 4)
  • มีการใช้การติดตั้งหลอดรังสีอุลตราไวโอเลต บนเพดานห้องโดยตรง โดยไม่ต้องมีโคมรองรับ (Ceiling - mounted UV lamps) (อ้างอิง 4)
  • มีการใช้การติดตั้งหลอดรังสี UV เพื่อทำลายเชื้อโรคที่พื้นห้อง (UV - lamps for irradiation of the floor zone) (อ้างอิง 4)

—-

  • เชื้อโรคในอากาศทั้งที่เป็น ละอองฝอยขนาดเล็ก(น้อยกว่า 10 ไมครอน) หรือ ละอองฝอยขนาดใหญ่(มากกว่า 10 ไมครอน) หรือ ฝุ่นผง ที่มีปริมาณมากในอากาศ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาล และสถานบริการ ด้านสาธารณสุขที่มีผู้ป่วยโรคนี้
  • หน้ากากกรองเชื้อโรค เฮปป้าที่ใช้ในปัจจุบัน มีขนาดช่องกรองโตกว่าขนาดของไวรัส (ช่วยกรองได้เฉพาะกรณีที่เชื้อโรคเป็นละอองฝอยขนาดใหญ่)
  • สำหรับสุขภาพของมนุษย์ รังสี UV เป็นเสมือนดาบสองคม กล่าวคือ หากได้รับรังสีในขนาดต่ำจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างไวตามินดี แต่ถ้าได้รับมากเกินไปเป็นเวลานานจะมีผลในการทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่าง กาย รวมทั้งผิวหนัง ตา และก่อให้เกิดมะเร็ง ไบโอโมเลกุลในร่างกายซึ่งดูดซึมรังสี UV จะเกิดปฏิกิริยาขั้นปฐมภูมิ คือ เกิดการเปลี่ยนแปลงโมเลกุลเล็กน้อยหรือเกิดการเปลี่ยน-แปลงทางโมเลกุลโดยสิ้นเชิง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแต่มีผลต่อเนื่องในระยะยาว DNA เป็นโมเลกุลสำคัญที่ถูกทำลายได้ด้วยรังสี UVB (( = 280-315 nm) และ UVC (( = 100-280) จากการเฝ้าสังเกตการณ์พบว่า เมื่อเซลล์ prokaryotic และ eukaryotic ได้รับรังสี UV จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ เช่น เซลล์ตายโครโมโซมเปลี่ยนแปลง เกิดการกลายพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างของเซลล์ นอกจากนี้ยังพบว่า ยีนหลายตัว และไวรัสหลายชนิดก็ถูกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยรังสี UV เช่นกัน(อ้างอิง5 WHO)
  • แม้ว่า UV C จะปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่การบรรจุหลอด UV C ไว้ในโครงหุ้มที่มิดชิด แสงไม่รั่วออกมาภายนอก ทำให้ผู้ใช้งานมีความมั่นใจมากขึ้น ลดความกลัวอันตรายจากรังสี
  • หลอดรังสีอุตราไวโอเลตที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการฆ่าเชื้อโรคนั้น เมื่อเปิดให้กระแสไฟผ่าน จะแผ่รังสีอุตราไวโอเลตที่ขนาดความยาวคลื่น 254 นาโนเมตรออกมา และสามารถทำลายเชื้อโรคบริเวณรอบๆได้
  • ประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อของหลอดรังสีรังสีอุลตราไวโอเลต จะลดน้อยลง หรือไม่ได้ผล ในสถานที่ซึ่งมีความชื้นสัมพันธ์ (Relative humidity) เกิน 60 %(17)


  • ผลการทดลองทางจุลชีวะวิทยาของเครื่องฆ่าเชื้อโรคที่ผลิตขึ้นนี้ในปี พศ.2541 และ พศ. 2552 พบว่าสามารถลดปริมาณเชื้อโรคในอากาศได้(อ้างอิง 2)
  • เรากำลังทำการศึกษา วิจัยสมรรถนะของเครื่องนี้ในมุมมองต่างๆ ในหลายสถาบันของกรมการแพทย์ เพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิชาการที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในการที่จะทำไปใช้งานอย่างจริงจัง
  • คณะทำงานยินดีเปิดรับความรู้ ประสบการณ์ ข้อแนะนำ จากผู้รู้ทั่วประเทศ เพื่อนำมาช่วยกันพัฒนาเครื่องมือนี้ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
3-med-tech/uv-mask/uv-aircleaner1.txt · Last modified: 2009/07/31 14:00 by admin
Back to top
chimeric.de = chi`s home Creative Commons License Valid CSS Driven by DokuWiki do yourself a favour and use a real browser - get firefox!! Recent changes RSS feed Valid XHTML 1.0