อย่าปล่อยให้ผู้ป่วยหนาวจนสั่น

ห้าแยก

ผมรู้สึกหนาว หนาวจนสั่น ฟันกระทบกันเป็นจังหวะ ใจหวิวๆ ระหว่างที่นอนรอ คุณหมอตรวจ ในห้องตรวจ ที่มีระบบปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ ..เย็นมากเกินไปสำหรับผม ในเวลานี้

โดยปกติแล้ว ผมเป็นคนขี้ร้อน ชอบเปิดแอร์ทำงานอย่างสบายอารมณ์ โดยมักจะปรับอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส จนบางครั้งลูกน้องของผมทนความเย็นจัดไม่ไหว ต้องสวมเสื้อคลุมภายนอกอีกตัว แต่มาคราวนี้ ผมกลายเป็นคนขี้หนาว ไปได้อย่างไร??

ผมพอจะอธิบายได้ว่า ทำไมผมถึงหนาวจนสั่น เพราะขณะนี้ เจ้าหน้าที่ห้องตรวจ ให้ผมถอดเสื้อผ้า ที่ใส่อยู่ และ ให้ผมสวมเพียงเสื้อคลุมบางๆ เพื่อให้คุณหมอตรวจผม ได้อย่างละเอียด ในส่วนของร่างกายที่ผมป่วย และ ขณะนี้ผมเป็นคนป่วย ไม่ใช่คนปกติ ที่จะทนทานต่ออากาศเย็นได้ นอกจากนี้ เตียงที่ผมรอตรวจ ยังอยู่ในตำแหน่งของลมเย็นของเครื่องปรับอากาศ ที่พ่นลงมา ตรงตัวผมพอดี ผมรู้สึกได้ ถึงความเย็น ที่เข้ามากระทบตัว มันเย็นเข้าไป ทั่วทุกรูขุมขน ในร่างกาย จนรู้สึกสะท้าน….

ผมเหลือบไปเห็น เครื่องวัดอุณหภูมิ ที่ผนังห้อง ทราบว่า ขณะนี้อุณหภูมิในห้องรอตรวจ เท่ากับ 22 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่คนทั่วๆไป ที่ใส่เสื้อผ้าตามปกติ และ ไม่เจ็บป่วย น่าจะรู้สึกเย็น หรือ หนาว … จนผมรู้สึกแปลกใจ ว่าเจ้าหน้าที่ของแผนกนี้ ทำงานกันได้อย่างไร ในอุณหภูมิขนาดนี้. ไม่เย็นเกินไป จนทำให้เขารู้สึกไม่สบายกันบ้าง หรืออย่างไร

ผมใช้สายตาเพ่งมองโดยรอบ เพื่อหาคำตอบให้กับตัวเอง …แล้ว.. ก็พบคำอธิบาย ที่ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ดี คือ ทั้งพยาบาล และ เจ้าหน้าที่ต่างๆ ในห้องที่ผมอยู่ และ ที่เข้า-ออก ต่างก็สวมเสื้อกันหนาว คลุมภายนอก เกือบทุกคน ทำให้ผม อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมต้องใส่เสื้อกันหนาว ทำไมไม่ปรับอุณหภูมิห้อง ให้เย็นน้อยกว่านี้ เพื่อที่จะได้ ไม่ต้องใช้เสื้อกันหนาว และ ยังเป็นการประหยัดไฟฟ้า (ปริมาณมาก) อีกด้วย

ผมจำได้ว่า ตอนผมเรียนมหาวิทยาลัย อาจารย์สอนว่า อุณหภูมิกาย จะถูกร่างกายควบคุมไว้ให้คงตัว ที่ 37 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิภายนอก ต่ำกว่า 37 องศาเซลเซียส ร่างกายจะต้องสร้างความร้อนในตัวขึ้น เพื่อปรับรักษาอุณหภูมิ ในร่างกาย ให้คงที่ไว้ที่ 37 องศาเซลเซียส. ..จำได้ว่า ทุกๆ 1 องศา ที่ต่ำกว่าอุณหภูมิกาย ร่างกายจะต้องใช้พลังงาน ที่สะสมไว้ ในร่างกาย เป็นจำนวนไม่น้อย เพื่อสร้างความร้อน ชดเชยส่วนที่สูญเสียไป จากการแลกเปลี่ยน กับอากาศภายนอก ที่เย็นกว่า. ….ผู้ที่ป่วยเป็นไข้ สภาพร่างกายทั่วๆไป ก็ไม่สมบูรณ์ ไม่แข็งแรง จำเป็นต้องสูญเสีย พลังงานปริมาณมาก ไปแบบนี้ อาจมีผลเสียต่อผู้ป่วยมากขึ้น

ผมเคยอ่านจากหนังสือหลายเล่มว่า เมื่อเราหายใจ เอาอากาศเย็นเข้าไปทางจมูก โพรงจมูกจะทำหน้าที่ ปรับอุณหภูมิ ของอากาศหายใจ ให้พอเหมาะกับร่างกาย ในกรณีที่ อากาศหายใจเย็นกว่าอุณหภูมิกาย ร่างกายจะถ่ายเทความร้อน ที่มากับเลือด ที่ไหลเวียน ผ่านโพรงจมูก และ ปรับให้ความชื้นกับอากาศ ที่หายใจเข้าไป ให้มีความชื้นที่พอเหมาะ. เพื่อให้อากาศหายใจ เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ไม่เย็น และ แห้งจนเกินไป เพราะหากอากาศที่เข้าไป ในทางเดินหายใจส่วนล่าง มีความเย็น และ แห้ง จะทำอันตรายต่อหลอดลม ทำให้หลอดลม ทำหน้าที่บกพร่อง ซึ่งจะทำให้ เกิดโรคแทรกซ้อน ต่อระบบหายใจ ได้โดยง่าย เช่น เกิดอาการหลอดลมอักเสบ หรือ ปอดอักเสบ ฯลฯ ได้. เครื่องปรับอากาศ ที่เราใช้ในปัจจุบัน นอกจากจะทำให้ อากาศเย็นแล้ว ยังทำให้อากาศแห้งด้วย ซึ่งหากมีการปรับอุณหภูมิ ให้เย็นมาก อากาศก็จะแห้งมาก จะส่งผลร้ายต่อทุกคน โดยเฉพาะ กับผู้ป่วย ที่ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น

วิธีแก้ไขเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ควรจะให้มีการกำหนดอุณหภูมิ ของการปรับอากาศ ให้อยู่ในเกณฑ์ (25 - 28 องศาเซลเซียส) ไม่อนุญาตให้ใครก็ได้ ปรับตามใจชอบ ควรมีเครื่องวัดอุณหภูมิ ไว้ในห้อง และ ต้องถือปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยดูที่ความสบายของผู้ป่วยเป็นหลัก แทนที่จะตัดสินจากความสบายของผู้ให้บริการ หากพบว่า อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ ของเครื่องปรับอากาศเสีย ไม่สามารถควบคุมอุณหภุมิได้ ควรจะซ่อมแซมโดยเร็ว

ผมคาดหวังว่า อาจมีบางท่านมีความคิดเช่นเดียวกับผม หรือ เข้าใจสิ่งที่ผมอธิบาย และ บางท่านนำไปปฏิบัติ. …แต่ก็คาดคะเนได้ว่า หากไม่มีกฎ-กติกาลงไป จากหน่วยเหนือ การปฏิบัติในเรื่องนี้ ก็คงจะเป็นไปแบบเดิมต่อไป และ ไม่อยากหวังว่า สักวันหนึ่ง ท่านผู้บริหารผู้มีอำนาจสั่งการในเรื่องนี้ แต่ไม่ได้ดำเนินการ อาจต้องนอนทน ความหนาวสั่น เหมือนผม ตอนที่ท่านหมดอำนาจสั่งการแล้ว……….

5-qol/health/patient-chill.txt · Last modified: 2009/01/09 17:23 (external edit)
Back to top
chimeric.de = chi`s home Creative Commons License Valid CSS Driven by DokuWiki do yourself a favour and use a real browser - get firefox!! Recent changes RSS feed Valid XHTML 1.0